สบส. ปั้น อสม.ผู้นำปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ ตั้งเป้า 1 อสม.ดูแลกลุ่มเสี่ยง 10 คน
กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) กระทรวงสาธารณสุข พัฒนาอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) สู่ อสม.ผู้นำการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ ตั้งเป้า อสม. 1 คน ดูแลประชาชนกลุ่มเสี่ยงหรือผู้ป่วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) จำนวน 10 คน เพื่อเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการป้องกันโรค NCDs ในระดับชุมชน ทันตแพทย์อาคม ประดิษฐสุวรรณ รองอธิบดีกรม สบส.กล่าวว่า การพัฒนา อสม. ครั้งนี้ มุ่งเสริมศักยภาพให้ อสม.ทำหน้าที่เป็นผู้นำการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพของคนในชุมชน โดยบูรณาการการทำงานร่วมกับศูนย์ NCDs ประจำหมู่บ้าน และร่วมขับเคลื่อนตำบลจัดการสุขภาพให้ครอบคลุมทุกหมู่บ้าน อย่างน้อยหมู่บ้านละ 1 คน รวมทั้งสิ้น 75,086 คนทั่วประเทศ เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนมีพฤติกรรมสุขภาพที่ดี ซึ่งการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมถือเป็นหัวใจสำคัญของการป้องกัน NCDs โดยยึดหลัก “สร้างพฤติกรรมใหม่ เสริมพฤติกรรมเดิม และลด เลิก พฤติกรรมเสี่ยง ซึ่ง อสม. จะมีบทบาทสำคัญในการสร้างแรงจูงใจ เสริมทักษะ สนับสนุนการดูแลสุขภาพ และเป็นต้นแบบด้านสุขภาพให้กับประชาชนในชุมชน โดยจะได้รับการอบรมตามหลักสูตร อสม.ผู้นำการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ ระยะเวลาอบรมรวม 12 ชั่วโมง แบ่งการเรียนรู้ออกเป็น 5 บท ได้แก่ บทที่ 1 บทบาทและความสำคัญของอสม.ในฐานะผู้นำด้านการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ บทที่ 2 กระบวนการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ การวิเคราะห์ปัจจัย และการออกแบบกิจกรรม บทที่ 3 เทคนิคการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม บันได 6 ขั้นสู่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่เหมาะสมกับกลุ่มเสี่ยงและผู้ป่วย บทที่ 4 การสื่อสารเพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพในชุมชนอย่างสร้างสรรค์ และบทที่ 5 การดูแลตนเองตามหลักเวชศาสตร์วิถีชีวิต การดูแลตนเองไม่ใช่เรื่องยาก แต่ต้องอาศัย ความสม่ำเสมอ การปรับ วิถีชีวิต จะช่วยให้ท่านห่างไกลจากโรค NCDs สำหรับผู้ป่วยการปรับพฤติกรรมควบคู่การทานยาอย่างต่อเนื่อง จะช่วยควบคุมโรคได้ดี นำไปสู่การมีสุขภาพแข็งแรงและอายุยืนยาว ทั้งนี้ อสม.ที่เข้ารับการอบรมจะต้องผ่านการทดสอบก่อนและหลังเรียน มีเวลาเรียนและได้คะแนนไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 จึงถือว่าผ่านการอบรม “อสม.ไม่ใช่เพียงผู้ให้ความรู้ แต่เป็นเพื่อน เป็นโค้ช และเป็นต้นแบบด้านสุขภาพของคนในชุมชน การยกระดับศักยภาพ อสม.จึงถือเป็นการลงทุนด้านการป้องกันโรคที่คุ้มค่า สร้างการดูแลสุขภาพเชิงรุก ลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคเรื้อรัง มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ตลอดจนช่วยลดการเจ็บป่วย การสูญเสีย และภาระค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพอย่างยั่งยืน พร้อมเสริมสร้างสุขภาวะที่ดีในระดับชุมชน” ทันตแพทย์อาคมฯ กล่าว ด้านนางสาวมะลิ ไพฑูรย์เนรมิต ผู้อำนวยการกองสุขศึกษา เพิ่มเติมว่า กรม สบส. มุ่งหวังให้ อสม.ที่ผ่านการอบรมหลักสูตรนี้ ได้แสดงพลังในการจัดการพฤติกรรมเสี่ยงด้านสุขภาพของประชาชนร่วมกับโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล มีบทบาทสำคัญ ได้แก่ คัดกรองและคัดเลือกประชาชนกลุ่มเสี่ยงหรือผู้ป่วยโรคเรื้อรังในชุมชน จำนวน 10 คนต่ออสม. 1 คน เพื่อร่วมกันวางแผน ออกแบบกิจกรรม และประเมินผลการปรับเปลี่ยนฤติกรรมสุขภาพ จากนั้น อสม.จะบันทึกข้อมูลกลุ่มเสี่ยงในระบบติดตามการดำเนินงานผ่านระบบ Smart อสม. และรายงานผลการดำเนินงานทุก 3 เดือน พร้อมรายงานผลการดำเนินงานจำนวน 2 ครั้ง คือ วันที่ 15 เมษายน 2569 และวันที่ 15 กรกฎาคม 2569 ซึ่งกรม สบส.จะติดตามผลการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง